
อีกวาซู Iguazu มหาธาราจากสรวงสวรรค์ (ตอน 8)
หลังจากหยุดพักที่โรงแรมในกรุงเซาเปาโล ประเทศบราซิล ๑ คืน ก็เดินทางไปยังบริเวณน้ำตกอีกวาซู โดยสายการบินภายในประเทศ เป็นเครื่องบินเล็กขนาด ๖๐ ที่นั่ง ผู้โดยสารส่วนมากเป็นชาวบราซิลซึ่งเดินทางไปเที่ยวบริเวณน้ำตกเช่นเดียวกัน ใช้เวลาเดินทาง ชั่วโมงครึ่งจากสนามบินในประเทศที่ชานเมืองเซาเปาโล การเดินทางเรียบร้อยดี เพราะดินฟ้าอากาศอำนวย เมื่อเครื่องบินบินผ่านอุทยานแห่งชาติบราซิลซี่งเป็นผืนป่าบริเวณกว้างใหญ่สีเขียวอยู่ข้างล่าง จะมองเห็นแม่น้ำและบริเวณน้ำตกจากทางอากาศเป็นบริเวณกว้างขวาง ข้าพเจ้าใจระทึกที่มีโอกาสเดินทางข้ามทวีปมาถึงเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ ต้องอดใจรอคอยอยู่ร่วมหนึ่งอาทิตย์ทีเดียว
เครื่องบินลงจอดที่สนามบินเล็กๆในฝั่งอาร์เจนตินา เห็นนักท่องเที่ยวมาจากที่ต่างๆมากมาย เพราะเป็นวันหยุด ต่างมุ่งหน้าไปชมน้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ความจริงมีทางไปน้ำตกจากสนามบินแต่ข้าพเจ้าได้จองโรงแรมไว้ในเมือง จึงต่อรถบัสเล็กเข้าไปยังโรงแรมที่พักในเมือง พร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ทุลักทุเลพอสมควร ทีแรกกะว่าจะเช่าที่พักโรงแรมเดิมที่เซาเปาโลไว้เพื่อฝากกระเป๋า แต่ก็เปลี่ยนใจย้ายออก เพื่อไม่ต้องเสียค่าห้อง แต่ได้จองห้องพักไว้เมื่อตอนขากลับจากไปชมน้ำตก
โรงแรมที่พักในเมืองอยู่ห่างจากน้ำตกพอสมควร แต่ก็สะดวกและดูน่าจะปลอดภัยดี เมื่อเช็คอินเรียบร้อยแล้ว ก็เตร่ไปหาข้าวกลางวันกิน เพราะตอนมาถึงก็ใกล้เที่ยงวันแล้ว
เห็นมีร้านอาหารอยู่บริเวณใกล้ๆโรงแรมและคิดว่าอาหารคงจะใช้ได้เพราะมีคนเข้าร้านเยอะ ก็เป็นจริงดังที่คาด เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร้านอาหารในเมืองเล็กๆ แต่การให้บริการของเขายิ่งใหญ่ประทับใจลูกค้าเอามากๆทีเดียว
ก่อนเข้าที่นั่ง ฝ่ายต้อนรับจะออกมาทักทายและบอกให้คอยสักประเดี๋ยว เพราะที่นั่งเต็มหมด ต้องคอยให้มีที่ว่างก่อน ในขณะที่คอยก็กวาดสายตาดูบริเวณหน้าห้องอาหาร เห็นแล้วตกใจ เพราะเครื่องเคียงมีไว้บริการฟรีเช่นซอสมะเขีอเทศ น้ำตาล เนย ขนมปัง จัดใส่ขวด โถ และจานขนาดใหญ่ยังกะเป็นร้านขายของชำ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกิน หรืออีกนัยหนึ่ง เขามีไว้บริการแบบไม่อั้น
ที่นั่งว่างแล้ว พนักงานต้อนรับหน้าตาฉูดฉาดแบบสเปนมาโค้งให้และเชิญเข้าที่นั่งโต๊ะที่ว่าง เห็นแล้วก็ตกใจอีกเป็นคำรบสอง เพราะมีของกินเต็มโต๊ะเช่นขนมปังชิ้นใหญ่ ซอสมะเขือเทศถ้วยใหญ่ เนยแข็ง เนยเหลว เนยผง เป็นต้น ข้าพเจ้าแอบกระซิบถามบริกรว่าเราไม่ได้สั่งอาหารพวกนี้ เขาคงไม่แปลกใจเพราะเราเป็นคนต่างถิ่น เห็นเขายิ้มๆและผายมือเชิญทานได้ตามสบายใจเหมือนกับจะพูดว่า “เป็นเครื่องเคียงประจำโต๊ะหรอกท่าน เชิญรับประทานได้ฟรี” ข้าพเจ้ารู้สึกตัวว่า “เรากลายเป็นกระเหรี่ยงเข้าเมืองไปเสียแล้ว”
บริกรทักทายนำร่องว่า ซินยอร์(ท่านครับ) จะสั่งอะไร พร้อมด้วยยื่นใบออร์เดอร์อาหารให้ ข้าพเจ้าติดใจรสเสต็กมาจากบัวโนสไอเรสแล้ว ก็อยากจะลองดูอีกว่าที่นี่อร่อยเหมือนกันหรือเปล่า ก็เลยออร์เดอร์สเตกเนื่อจานเล็กไปหนึ่งจาน
ก่อนที่บริกรจะนำจานสเตกมาเสริฟ มีบริกรแต่งตัวเป็นเชฟ (พ่อครัว) เดินมาตามโต๊ะต่างๆ พร้อมกับหั่นเนื้อย่างขาวัวใส่จานให้ลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มอิ่มเอิบ เมื่อเขาเดินมาถึงโต๊ะข้าพเจ้า ก็บอกเขาว่า ไม่รับเพราะพึ่งสั่งเนื้อสเต็กไปเมื่อสักครู่ เขาก็เดินผ่านไปไม่หั่นเนื้อย่างใส่จานให้ข้าพเจ้า แต่แขกที่อยู่โต๊ะติดกัน เขาหันมายิ้มและทักทายข้าพเจ้าอย่างคุ้นเคยเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงโปรตุเกส แปลว่า “ทานมังสวิรัติหรือครับ” ข้าพเจ้าตอบว่า “เปล่า พึ่งสั่งเนื้อสเต็กไปเมื่อสักครู่” เขายิ้มกว้างและบอกว่า “โอ เนื้อย่างขาวัวอร่อยนะ ลองดูซี ของแถมฟรีนะครับ” ข้าพเจ้ายิ้มตอบและขอบคุณเขาที่มีน้ำใจบอกเล่าเก้าสิบให้ พอดีคนเสิร์ฟสเต็กยังไม่มา แต่บริกรเสริฟเนื้อย่างขาวัว เดินมาที่โต๊ะข้าวพเจ้าอีก ก็เลยฉลองศรัทธาเขาไปชิ้นเล็กๆหนึ่งชิ้น รสชาติอร่อยทีเดียว ข้าพเจ้าหันไปขอบคุณแขกที่มีน้ำใจเชื้อเชิญให้ข้าพเจ้าทานเนื้อย่างขาวัว พอดีเขาทานเสร็จก่อนจึงขอตัวออกไปจากร้าน เสียดายที่ข้าพเจ้าไม่ได้ผูกมิตรกับเขาก่อนจากกัน ก็เลยอดได้รู้จักเพื่อนใหม่ แต่ข้าพเจ้าก็ระวังตัวอยู่เหมือนกันเพราะเป็นคนแปลกหน้า และเดินทางไปคนเดียว จึงต้องระวังตัวเอาไว้
เนื้อสเต็กจานเด็ดมาถึงแล้ว ข้าพเจ้าก็อิ่มท้องด้วยสเต็กเนื้อวัวและเนื้อย่างขาวัวเป็นอาอาหารกลางวันที่อร่อยไม่แพ้ที่บัวโนสไอเรสเลย
หลังจากเดินดูบริเวณรอบๆโรงแรมเพื่อย่อยอาหารมื้อกลางวันทีอิ่มอร่อย แล้วก็กลับที่พักโรงแรม เอนหลังนอนพักเพื่อวางแผนไปเที่ยวน้ำตกอีกวาซู
(ท่านผู้อ่านอดใจรอคอยมาหลายวันกว่าจะมาถึงน้ำตก ขอเวลางีบเอาแรงอีกนิดหน่อย ก่อนจะพาท่านโลดแล่นสู่น้ำตกกัน)
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
By Dr.Uthai
|