EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


Forgot Password?
    Listening Tips and Tools by Mr. Lucas
Home  » Effective Writing  »  Listening Tips and Tools by Mr. Lucas
Headline : Listening Tips and Tools by Mr. Lucas
Date : 27   กรกฏาคม   2562
View : 2173
By Zomonatto
  

 

 

 

Listening Tips and Tools by Mr. Lucas

 

Mr. Lucas นักวิชาการภาษาอังกฤษ ชาวอเมริกัน ผู้นำเสนอการสอนภาษาอังกฤษในคอลัมน์ Everyday English ภายใต้คอนเซ็ป One Day One Sentence ภาษาอังกฤษวันละประโยค ได้มาแชร์เทคนิคการฟังภาษาอังกฤษ ว่าจากมุมมองของ Native speaker (จ้าของภาษา) คนไทยควรมีหลักการฟังภาษาอังกฤษอย่างไรบ้าง ซึ่ง Mr. Lucas นั้นได้เสนอแนะสื่อต่างๆที่คนไทยสามารถฝึกการฟัง และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองได้ง่ายๆ

น้องๆสามารถอ่านคอลัมน์นี้ พร้อมๆกับคลิกฟัง audio ด้านล่างๆนำเสนอโดย Mr. Lucas ได้เลยนะคะเพื่อเป็นการฝึกlistening skill ไปในตัวด้วยเนอะ

 

สามสื่อหลักๆที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคนไทยได้นั้น ได้แก่

1.Movies )ภาพยนตร์(

Mr. Lucas suggests that

“One way a non-native English speaker can improve their listening skill is to pick a favorite movie and listen in English while using subtitles. Make sure it’s a movie you don’t mind watching a few times because you should repeat it over and over to get a feel for the flow of words.”

Mr. Lucas เสนอแนะว่า

วิธีหนึ่งที่ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษสามารถพัฒนาทักษะการฟังได้คือ การเลือกรับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด และฟังเป็นภาษาอังกฤษ โดยอ่านคำบรรยายไปด้วย แต่ก่อนอื่น เช็คสักหน่อยว่าภาพยนตร์ที่คุณเลือกนั้นเป็นภาพยนตร์ที่คุณสามารถรับชมได้สองสามครั้ง เนื่องจากคุณควรจะดูหนังเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้เข้าถึง และเข้าใจการลื่นไหลของคำพูดในหนัง

“By doing this, you can pick up on native speaking and words that may sound like one word but are just two or more spoken fast. Look and listen for these following words that could sound like one when watching a movie.”

“โดยการทำเช่นนี้ คุณจะสามารถสังเกตวิถีการพูดของเจ้าของภาษา และสังเกตคำที่อาจฟังดูเหมือนเป็นคำๆเดียว แต่จริงๆแล้วเป็นคำพูดที่พูดเร็วๆสองคำขึ้นไป คุณควรดูและฟังคำศัพท์ด้านล่างเหล่านี้ ซึ่งอาจฟังดูเหมือนเป็นคำๆเดียว เมื่อดูภาพยนตร์

1. Want to — Wanna ต้องการ/อยาก/ปรารถนาที่จะ

2. I have got to go — I’ve gotta go ฉันจะต้องไปแล้วนะ

3. Let me in — Lemme in ให้ฉันเข้าไป

4. How do you like it? — How ya like it? คุณคิดว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

 

 

 

2. Books )หนังสือ) / Audiobooks )หนังสือเสียง(

If you are a book fan, Mr. Lucas suggests that

 

“Another good way of learning how to listen better is to get a book that interests you as well as an audio version of that book. While reading, listen to the audio version of the book and follow along. If you can’t understand the speaker, try to break apart the words that you cannot understand and repeat until you get it right. Try one or two pages first and listen to get a feel of the speaker’s accent and pronunciation of words. If the speaker sounds too fast, then slow the speaker’s speed down. Some audiobooks or apps allow you to speed up or slow down the audio tracks. Start with a slow setting if needed, then as you get a better feel of the speaker’s sound, speed up the audio. By doing this, you will improve your listening skill as well as your reading.”

หากคุณเป็นหนอนหนังสือ Mr. Lucas แนะนำว่า

อีกหนึ่งวิธีที่ดีในการเรียนรู้วิธีการฟังให้ดีขึ้นได้คือ การเลือกอ่านหนังสือที่คุณสนใจ เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นเสียงของหนังสือเล่มนั้น ในขณะที่อ่าน ให้ฟังเวอร์ชั่นเสียงของหนังสือและพูดตาม หากคุณฟังแล้วไม่เข้าใจผู้พูด ลองแยกคำที่คุณไม่เข้าใจ ฟังและพูดซ้ำจนกว่าจะพูดถูก ลองเริ่มอ่านหนึ่งหรือสองหน้าก่อน และพยายามฟังเพื่อให้เข้าถึงสำเนียง และการออกเสียงคำของผู้พูด หากรู้สึกว่าผู้พูดพูดเร็วเกินไป ให้ลดความเร็วของผู้พูดลง ในหนังสือเสียงบางเล่ม หรือแอพบางแอพนั้น คุณสามารถเพิ่มความเร็ว หรือลดความเร็วของแทร็กเสียงได้ โดยที่คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการตั้งค่าความเร็วในระดับช้าก่อน หากจำเป็น จากนั้น เมื่อคุณรู้สึกเข้าถึงเสียงของผู้พูดได้ดีขึ้นแล้ว ให้เร่งความเร็วเสียงขึ้น การทำเช่นนี้คุณจะสามารถพัฒนาทักษะการฟัง พร้อมๆกับทักษะการอ่านของคุณ

 

 

 

 

3. Music )เพลง(

Last but not least, Mr. Lucas suggests that

“Other than watching movies, listening can be improved through music. Everyone has a favorite song; they can listen to it over and over until they can speak the words from that song or even sing it naturally over time.”

ท้ายสุดแต่ไม่ใช่สุดท้าย Mr. Lucas แนะนำว่า

นอกเหนือจากการรับชมภาพยนตร์ เราสามารถพัฒนาทักษะการฟังได้ผ่านเสียงเพลง ทุกคนล้วนมีเพลงโปรด ซึ่งพวกเขาสามารถฟังมันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าพวกเขาจะสามารถพูดคำจากเพลงนั้นๆได้ หรือแม้กระทั่งร้องเพลงนั้นๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไป

“One last way which helps improve your listening skill is to read lyrics of a song while listening and some music services such as Apple music allows you to do this. You might start with just one song but avoid songs with fast singing. At first, only listen and repeat a few times, then try to read the lyrics as you listen. As you improve over time, try another song by sticking with the same artist. By doing this, you're not thrown off to listening to other accents that may sound new even though some of the words may be the same from the previous song. As you improve further, try a faster song from that same artist. Over time, your listening skill should be improved; meanwhile, your vocabulary is also expanded.”

หนึ่งวิธีสุดท้ายที่ช่วยพัฒนาทักษะการฟังของคุณได้คือ การอ่านเนื้อร้องของเพลงขณะฟังเพลง และการบริการเพลงบางอย่าง เช่นเพลงของ Apple ก็ช่วยให้คุณทำสิ่งนี้ได้ คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยเพลงๆหนึ่ง แต่หลีกเลี่ยงเพลงที่ร้องเร็ว ในช่วงแรกๆ คุณทำเพียงแค่ฟังและฟังเพลงนั้นๆซ้ำๆสองสามครั้ง จากนั้น ลองอ่านเนื้อเพลงตาม ขณะที่คุณฟัง เมื่อคุณพัฒนาทักษะการฟังได้แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ลองฟังเพลงอื่น โดยยึดเพลงที่เป็นศิลปินคนเดียวกัน การทำเช่นนี้ คุณจะไม่ถูกโยนไปสู่การฟังเพลงในสำเนียงอื่นที่อาจฟังดูใหม่ แม้ว่าคำบางคำอาจเป็นคำเดียวกันกับคำในเพลงก่อนหน้า เมื่อคุณได้พัฒนาการฟังมากยิ่งขึ้นแล้ว ลองฟังเพลงที่ร้องเร็วขึ้นจากศิลปินคนเดิม เมื่อเวลาผ่านไป ทักษะการฟังของคุณควรมีการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกัน คุณก็ได้เพิ่มพูนคำศัพท์ต่างๆด้วย

 

 

สื่อต่างๆที่ Mr. Lucas แนะนำให้น้องๆนำไปใช้ในทักษะการฟังภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ หนังสือเสียง หรือเพลงนั้น เราจะสังเกตได้ว่า Mr. Lucas แนะนำให้เราทำสิ่งนั้นซ้ำๆ ทำบ่อยๆ เพื่อให้เข้าถึงและคุ้นเคยสำเนียงของผู้พูด หากน้องๆฝึกฟังโดยการดูหนัง ฟัง/อ่านหนังสือเสียง หรือฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที ทุกๆวัน เพียงเท่านี้ทักษะการฟังของน้องๆก็จะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

Special Thanks to Mr.Lucas

 

Translated by Nattanit Boonrungsimon