Irregular Verbs
Home  » Hello ASEAN  »  Irregular Verbs
Headline : กริยาอปกติ
Date : 19   มีนาคม   2560
View : 167
By หมีพูห์
  

Irregular Verbs

กริยาอปกติ

Irregular Verbs หรือ คำกริยาอปกติ ฟังๆดูแล้วก็ยิ่งงงกันใช่ไหมคะ กริยาอปกติ ก็คือกริยาที่ไม่ปกติ เอ่…? แล้วมันไม่ปกติยังไงกันนะ คอลัมน์ Hello ASEAN จะมาอธิบายให้ฟังค่ะ

Irregular Verbs หรือ คำกริยาอปกติ คือ กริยาไม่ปกติ หมายความว่า คำกริยาที่มีการเปลี่ยนรูปร่างกันไปตามกาลเวลา (Tenses) ในรูปประโยคภาษาอังกฤษ ในขณะที่ภาษาไทยนั้นไม่มี

นอกจากนี้ Irregular Verbs อาจเป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกง่ายๆสั้นๆว่า “กริยาสามช่อง” ที่เรียนมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

Irregular Verbs มีทั้งหมด 3 ช่อง ดังนี้

1)          Present ก็คือ Verb ช่อง 1 ใช้ในกาลเวลาปัจจุบัน

2)          Past ก็คือ Verb ช่อง 2 ใช้ในกาลเวลาอดีต

3)          Past Participle ก็คือ Verb ช่อง 3 ใช้ในกาลเวลาเสร็จสมบูรณ์

ระวังว่าไม่ใช่กาลเวลาในอนาคต

ตัวอย่าง Irregular Verbs

Present

Past

Past Participle

Meanings

be

(is, am, are)

was, were

been

เป็น, อยู่, คือ

do

did

done

ทำ

have

had

had

มี, กิน

speak

spoke

spoken

พูด

run

ran

run

วิ่ง

write

wrote

written

เขียน

make

made

made

ทำ

swim

swam

swum

ว่ายน้ำ

take

took

taken

นำมา, เอา

pay

paid

paid

จ่าย

 

ตัวอย่างประโยคที่มีการใช้ Irregular Verbs

-      Mr. Wilson spoke Swedish at the conference yesterday.

นายวิลสันพูดภาษาสวีเดนที่งานประชุมเมื่อวานนี้

(yesterday เป็นคำบอกเวลาแสดงความเป็นอดีต จึงต้องใช้ Irregular Verb ที่เป็นรูป Past หรือว่ากริยาช่องที่ 2)


-      My mother has just made a cheese pizza.

แม่ของฉันเพิ่งจะทำพิซซ่าหน้าชีสเสร็จ

(just เป็นคำบอกเวลาว่าการกระทำนั้นๆเพิ่งจะทำเสร็จ สำเร็จ หรือสมบูรณ์ จึงต้องใช้ Irregular Verb ที่เป็นรูป Past Participle หรือว่ากริยาช่องที่ 3)



-      I paid the laptop in cash last night.

ฉันจ่ายเงินสดค่าแล็ปท็อปเมื่อคืนนี้

(last night เป็นคำบอกเวลาแสดงความเป็นอดีต จึงต้องใช้ Irregular Verb ที่เป็นรูป Past หรือว่ากริยาช่องที่ 2)




 

 

 

 

 

Explained by: หมีพูห์