EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


Forgot Password?
    English from news- อ่านข่าวฝึกภาษา
Home  » English from news  »  English from news- อ่านข่าวฝึกภาษา
Headline : Asean worries about Thailand’s ability to lead grouping amid political challenges - อาเซียนกังวลเกี่ยวกับความสามารถของไทยในการเป็นผู้นำการรวมกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายทางการเมือง
Date : 12   มกราคม   2562
View : 3098
By Zomonatto
  

 

เพื่อนๆชาว EOL ทุกคนทราบกันใช่ไหมคะว่า หนึ่งเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2561 จนถึง สิงหาคม 2562 ก็คือ การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน

หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ความวุ่นวายและความท้าทายทางการเมืองต่างๆในประเทศไทยนั้น ทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนต่างก็กังวลกับความสามารถของไทยเรา ทั้งเรื่องการจัดการกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง และการเป็นผู้นำการประชุมสุดยอดอาเซียนในปีนี้!!

 

(คลิกคลุมแถบสีเทาเพื่อดูคำแปล)

 

 

Asean worries about Thailand’s ability to lead grouping amid political challenges 

อาเซียนกังวลเกี่ยวกับความสามารถของไทยในการเป็นผู้นำการรวมกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายทางการเมือง

 

 

CAN THAILAND handle the upcoming general election and also chair Asean in the same year?

ประเทศไทยสามารถจัดการกับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง และเป็นประธานอาเซียนในปีเดียวกันได้หรือไม่?

This was a question posed by Asean colleagues last year to Thai officials during a meeting of the 10-member bloc, suggesting a lack of confidence in the Kingdom’s ability to carry out the important tasks.

นี่เป็นคำถามที่เพื่อนร่วมงานชาวอาเซียนโพสต์เมื่อปีที่แล้วต่อเจ้าหน้าที่ไทยในระหว่างการประชุมของสมาชิก 10 กลุ่ม ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจในความสามารถของราชอาณาจักรในการดำเนินงานที่สำคัญ

Diplomats told The Nation that they did not want to see political turmoil in Thailand jeopardise Asean meetings any more, as the regional grouping badly needed to push forward many relevant issues for the group to achieve centrality of regional security architecture and economic integration

นักการทูตบอกกับเดอะเนชั่นว่า พวกเขาไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยที่เป็นภัยต่อการประชุมอาเซียนอีกต่อไป เนื่องจากการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องหลายประการสำหรับกลุ่มอาเซียน เพื่อให้บรรลุผลในด้านความเป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรม ความมั่นคงระดับภูมิภาค และการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

Protests in April 2009 had forced a cancellation of the Asean Summit in Pattaya, after anti-government red-shirts stormed the meeting venue, humiliating the then-government led by the Democrat Party.

การประท้วงในเดือนเมษายน ปีพ.ศ.2552 ได้บังคับให้ยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา หลังจากกลุ่มเสื้อแดงซึ่งต่อต้านรัฐบาลบุกเข้ามาในสถานที่จัดงาน ทำให้เกิดความอับอายต่อรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์

Elections and a military coup d’etat since then have failed to achieve reconciliation, heal the divisions in society or restore stability to Thai politics. If the incumbent leaders managed to exploit the coming election to justify the perpetuation of their power, the Asean chairmanship could run into trouble due to domestic political struggle, diplomats said. 

การเลือกตั้งและการทำรัฐประหารนับตั้งแต่นั้นมาได้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุความสมานฉันท์ ไม่สามารถสมานการแบ่งแยกต่างๆในสังคม หรือฟื้นฟูเสถียรภาพให้กับการเมืองไทยได้ นักการทูตกล่าวว่า หากผู้นำที่ดำรงตำแหน่งหาผลประโยชน์จากการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เพื่อพิสูจน์ความเป็นอมตะในอำนาจของพวกเขา การเป็นประธานอาเซียนอาจประสบปัญหา เนื่องด้วยการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศ

The first Asean Summit in Thailand has been set for late June to avoid a power vacuum during the formation of the new government after the election. Usually, Asean hosts two summits a year – the first one is an in-house summit due in March or April and the final one is with dialogue partners, including leaders of superpowers, in November.

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งแรกในประเทศไทยได้ถูกกำหนดขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายนเพื่อหลีกเลี่ยงช่องว่างทางอำนาจในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง โดยปกติแล้ว อาเซียนจะจัดให้มีการประชุมสุดยอดปีละสองครั้ง การประชุมครั้งแรกเป็นการประชุมสุดยอดภายใน โดยจัดขึ้นในเดือนมีนาคมหรือเมษายน และการประชุมครั้งสุดท้ายเป็นการประชุมกับคู่เจรจา ซึ่งรวมถึงผู้นำในประเทศมหาอำนาจ โดยจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

“Asean leaders have to wait for the first meeting until the middle of the year, when they should have had the opportunity to hold the meetings early,” former career diplomat Kobsak Chutikul said.

ผู้นำอาเซียนต้องรอการประชุมครั้งแรกจนถึงกลางปี ในเมื่อพวกเขาควรมีโอกาสจัดการประชุมก่อนอดีตนักการทูต นายกอบศักดิ์ ชุติกุลกล่าว

“We would not have faced this situation if the government had held the election in 2018,” he said. “They could have done it [elections] but they didn’t and have led the country to difficulties.” Asean diplomats said they hoped Thailand could set up a new government without problems and a smooth transition would enable the country to steer the progress of Asean. 

เราคงไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ หากรัฐบาลจัดการเลือกตั้งในปีพ.ศ.2561” เขากล่าว พวกเขาสามารถทำได้ [การเลือกตั้ง] แต่พวกเขาไม่ได้ทำ และนำพาประเทศไปสู่ความยุ่งยากนักการทูตอาเซียนกล่าวว่า พวกเขาหวังว่าประเทศไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้โดยไม่มีปัญหา และการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นจะช่วยให้ประเทศสามารถนำทางไปสู่ความก้าวหน้าของอาเซียนได้

 

 

With the theme of “Advancing Partnership for Sustainability”, Thailand is unlikely to push any relevant issues if incumbent leaders manage to retain power after the election, Kobsak said. “They are not visionary leaders for foreign affairs.” 

ด้วยแนวคิด ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืนประเทศไทยไม่น่าจะผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องได้ หากผู้นำที่ดำรงตำแหน่งจัดการเพื่อรักษาอำนาจหลังการเลือกตั้ง พวกเขาไม่ใช่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สำหรับการต่างประเทศนายกอบศักดิ์กล่าว

 

New Source: http://www.nationmultimedia.com/detail/big_read/30361455

Photo Credit: The Nation

 


Interesting Vocabulary:

 

1. election (noun): การเลือกตั้ง, การเลือก

Who will you vote for in the upcoming election?

คุณจะลงคะแนนให้ใครในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง?

 

2. diplomat(s) (noun): นักการทูต, เอกอัครราชทูต, ทูต

His ultimate goal is to be a successful diplomat in the future.

เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการเป็นนักการทูตที่ประสบความสำเร็จในอนาคต

 

3. political turmoil (noun): ความวุ่นวายทางการเมือง

The dismissal of foreign minister Tanaka is symbolic of the continuing political turmoil.

การถอดถอนรัฐมนตรีต่างประเทศทานากะเป็นสัญลักษณ์ของความวุ่นวายทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

 

4. jeopardise (verb): ทำให้เป็นอันตราย, เป็นภัยต่อ, ทำให้เสี่ยงต่อ

Failing the exams this time could jeopardize Emma's whole future.

การสอบตกครั้งนี้อาจเป็นอันตรายต่ออนาคตทั้งหมดของเอมม่า

 

5. security (noun, adjective): ความปลอดภัย, ความมั่นคง

(คำแปลนี้ใช้เฉพาะกับบริบทในข่าวเท่านั้น)

All BTS stations were closed for three hours because of a security alert.

สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งหมดถูกปิดเป็นเวลาสามชั่วโมง เนื่องจากมีการแจ้งเตือนความปลอดภัย

 

6. architecture (noun): สถาปัตยกรรม

John earned a master's degree in architecture.

จอห์นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรม

 

7. economic integration (noun): การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

One advantage of economic integration is trade benefits.

ผลประโยชน์อย่างหนึ่งของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจคือผลประโยชน์ทางการค้า

 

8. protest(s) (noun, verb): การประท้วง, คัดค้าน, ยืนยัน

Most of my colleagues protested about the new working hours.

เพื่อนร่วมงานของฉันส่วนใหญ่ประท้วงเรื่องชั่วโมงการทำงานใหม่

 

9. coup d’etat (noun): รัฐประหาร

The 2006 Thai coup d'état took place on 19 September 2006.

การรัฐประหารไทยในปีพ.ศ.2549 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปีพ.ศ.2549

 

10. reconciliation (noun): ความสมานฉันท์, การปรองดอง

Racial reconciliation is one of the main aims of current government.

การปรองดองทางเชื้อชาติเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัฐบาลปัจจุบัน

 

11. division (noun): การแตกแยก, ความไม่ลงรอยกัน

(คำแปลนี้ใช้เฉพาะกับบริบทในข่าวเท่านั้น)

The division of Germany is an important history of the country.

การแตกแยกของเยอรมนีเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ

 

12. stability (noun): เสถียรภาพ, ความมั่นคง, ความเด็ดเดี่ยว

I want to grow up and live in a country which ensures a long period of peace and stability.

ฉันอยากเติบโตและอาศัยอยู่ในประเทศที่รับรองสันติภาพและเสถียรภาพเป็นเวลานาน

 

13. incumbent (noun, adjective): ผู้ดำรงตำแหน่ง, ซึ่งมีหน้าที่

The incumbent president is not capable of solving all problems in the country alone.

ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดในประเทศได้เพียงลำพัง

 

14. exploit (verb): เอาเปรียบ, หาประโยชน์ใส่ตัว

(คำแปลนี้ใช้เฉพาะกับบริบทในข่าวเท่านั้น)

The company exploited its workers not only with extra working hours but also low pay.

บริษัทเอาเปรียบพนักงานไม่เพียงแค่เรื่องชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น แต่ยังจ่ายค่าแรงต่ำด้วย

 

15. perpetuation (noun): การทำให้เป็นอมตะ,การทำให้ถาวร

Perpetuation of national peace and stability seems impossible in this country.

การทำให้ความสงบสุขและความมั่นคงของชาติอยู่อย่างถาวรดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในประเทศนี้

 

16. chairmanship (noun): ตำแหน่งประธาน, ความเป็นประธาน

Alexander's chairmanship lasted two years.

ตำแหน่งประธานของอเล็กซานเดอร์ดำรงอยู่เป็นเวลาสองปี

 

17. struggle (noun, verb): การต่อสู้, ความพยายาม, ดิ้นรน

The beggar struggled to survive on very little money.

คนขอทานดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากเงินที่น้อยมาก

 

18. progress (noun, verb): ความก้าวหน้า, เดินหน้า

Sarah has made remarkable progress in her Spanish skills.

ซาร่าห์ได้สร้างความก้าวหน้าอย่างเด่นชัดในทักษะภาษาสเปนของเธอ

 

19. partnership (noun): ความร่วมมือ, พันธมิตร, ห้างหุ้นส่วน

The fundraisers include a partnership of four local charities.

ผู้ระดมทุนประกอบด้วยความร่วมมือขององค์กรการกุศลในท้องถิ่นสี่แห่ง

 

20. sustainability (noun): ความยั่งยืน

The company has committed to environmental sustainability.

บริษัทมุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

21. visionary (adjective): มีวิสัยทัศน์

(คำแปลนี้ใช้เฉพาะกับบริบทในข่าวเท่านั้น)

It is important for Thailand to have visionary political leaders.

มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทยในการมีผู้นำทางการเมืองที่มีวิสัยทัศน์

 

22. foreign affair(s) (noun): การต่างประเทศ, เรื่องราวหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

Jonathan is well versed in foreign affairs.

โจนาธานมีความเชี่ยวชาญในการต่างประเทศ

 

Grammar:

 

Conditional Sentence/If-Clause

Conditional Sentence หรือ If-Clause คือประโยคเงื่อนไข ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือ

1. ส่วนที่มี If นำหน้าจะถูกเรียกว่า If-Clause หรือประโยคเงื่อนไข

2. ส่วนที่เป็นแสดงผลของเงื่อนไข จะถูกเรียกว่า Main Clause

 

โดย Conditional Sentence หลักๆจะมีโครงสร้างประโยคดังนี้

 

If …(If-Clause).., …(Main Clause)….

หรือ

…(Main Clause)... if …(If-Clause)...

 

**ถ้าเขียนขึ้นต้นด้วย if-clause จะต้องตามด้วย comma (,) เสมอ**

 

สำหรับตัว Tense นั้นจะถูกแบ่งตามลักษณะของ Conditional Sentence อีกที ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ

 

Type 1 – Present Possible

1. เหตุการณ์ที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้ ในปัจจุบันหรืออนาคต โดยจะมีโครงสร้างรูปประโยคดังนี้

If-Clause = If + Present Simple tense

Main Clause = Will-Future Tense / Present Simple Tense / Imperative

 

ตัวอย่างจากข่าว

With the theme of “Advancing Partnership for Sustainability”, Thailand is unlikely to push any relevant issues if incumbent leaders manage to retain power after the election, Kobsak said.

ประโยคนี้ main clause ใช้กริยา is ซึ่งเป็น Present Simple Tense

ส่วน if-clause ใช้กริยา manage ซึ่งก็เป็น Present Simple Tense

 

Type 2 – Present Impossible or Theory Possible

2. เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน หรือเป็นไปได้ยากมาก โดยจะมีโครงสร้างรูปประโยคดังนี้

If-Clause = If + Past Simple tense

Main Clause = Would / Should / Could + Verb 1

 

ตัวอย่างจากข่าว

If the incumbent leaders managed to exploit the coming election to justify the perpetuation of their power, the Asean chairmanship could run into trouble due to domestic political struggle, diplomats said.

ประโยคนี้ if-clause ใช้กริยา managed ซึ่งเป็น Past Simple tense

ส่วน main clause ใช้กริยา could + run into (ซึ่งเป็น verb ช่องที่ 1)


Type 3 – Past Impossible

3. เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต รูปนี้จะพูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว โดยจะมีโครงสร้างรูปประโยคดังนี้

If-Clause = If + Past Perfect Tense

Main Clause = Would + Have + Verb 3

 

ตัวอย่างจากข่าว

“We would not have faced this situation if the government had held the election in 2018,” he said.

ประโยคนี้ main clause ใช้กริยา would not have faced ซึ่งอยู่ในรูปปฏิเสธของ Would + Have + Verb ช่อง 3

ส่วน if-clause ใช้กริยา had held ซึ่งเป็น Past Perfect Tense