| | | | | | | |
                    
    การกล่าวขออนุญาต (Asking for Permission)
Home  »  Communicative English  »  การกล่าวขออนุญาต (Asking for Permission)
Headline : Communicative English คอลัมน์นี้ขอนำเสนอสำนวนที่ใช้ในการขออนุญาต ซึ่งถือเป็นมารยาททางสังคม รับรองว่าง่าย และนำไปใช้ได้อย่างแน่นอนครับ
Date : 11   กรกฏาคม   2555
View : 15382     Reply : 1
By
  

การกล่าวขออนุญาต (Asking for Permission)

 

ถือเป็นมารยาททางสังคมอีกอย่างหนึ่ง เมื่อเราต้องการทำอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นเป็นการรบกวนคนอื่น เราจำเป็นต้องขออนุญาต ในสังคมไทยถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่เราทราบกันดีครับ เพราะถือเป็นการให้เกียรติผู้อื่น โดยเฉพาะต่อผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมตะวันตกจะมีความยืดหยุ่น และไม่ได้เคร่งครัดมากเหมือนกับวัฒนธรรมไทย แต่การกล่าวขออนุญาตก็ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะทำ ในคอลัมน์นี้ผมจึงขอนำเสนอสำนวนง่ายๆ ที่ใช้ในการขออนุญาต (Asking for Permission) ที่รับรองว่าสามารถนำไปใช้ได้แน่นอนครับ

 

สำนวนง่ายๆ สำนวนแรกนั่นก็คือ

Can I… ? (ฉัน/ผมขอได้ไหม)

คำว่า Can I…? เป็นสำนวนที่ใช้กันมาก ใช้สำหรับสถานการณ์ทั่วๆ ไปที่ไม่เป็นทางการมากครับ ไม่ว่าจะเป็นกับคนสนิท หรือจะเป็นครอบครัว เช่น

 

Lynette: Hey buddy, what are you doing?

นี่ลูกทำอะไรอยู่

Parker: I’m grabbing some snacks then I’ll go to Mike’s house. Can I go, mom?

            ผมกำลังหยิบขนมและเดี๋ยวจะไปเล่นที่บ้านไมค์ต่อครับแม่ ผมขอไปได้เปล่า

Lynette: I don’t think that’s a good idea, buddy. Have you finished your homework?

            ไม่ดีมั้งจ๊ะ ลูกทำการบ้านเสร็จรึยังละ

Parker: Yes, I have! Can I go now?

            เสร็จแล้วครับ อย่างนี้ผมไปได้เปล่า

Lynette: Okay then but you have to get home before 10 pm. Okay?

            งั้นโอเคจ๊ะ แต่กลับบ้านก่อนสี่ทุ่มนะ

Parker: I promise, mom.

            ผมสัญญาครับแม่

 


แต่ถ้าใครอยากจะดูสุภาพมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเมื่อพูดกับคนแปลกหน้าอาจจะเติม please ลงท้ายก็ได้ครับ

A: Excuse me, can I go out please?

            ขอโทษนะครับ ผมขอออกไปหน่อยได้ไหม

B: Sure.

            ได้สิครับ

 

หรือถ้าความสัมพันธ์ของผู้พูดกับคู่สนทนามีความสนิทสนมกันมากแล้ว อาจจะใช้คำว่า

Let me… ซึ่งถือเป็นการขออนุญาตเชิงออกคำสั่งได้ โดยต้องมีความสนิทสนมกับคู่สนทนาในระดับหนึ่งนะครับ ไม่งั้นอาจจะเป็นการเสียมารยาทได้ หรืออาจจะเติม Please ลงไป ให้ดูสุภาพขึ้นก็ได้ครับ เช่น

Parker: Mom, let me have another piece of cake please.

            แม่ครับ ให้ผมกินเค้กอีกชิ้นนึงได้ไหม

Lynette: You already had five. That’s enough for today, buddy.

            ลูกกินไปห้าชิ้นแล้วนะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ



 

นอกจากนี้การขออนุญาต (Asking for Permission) ยังมีการขอแบบสุภาพ หรือเป็นทางการมากขึ้น ได้แก่

 

Could I…? (ฉัน/ผมขอได้ไหม)

คำนี้จะมีความหมายเหมือนกับ Can I? เลยครับ แต่จะสุภาพและเป็นทางการมากกว่า ซึ่งมีหลักการใช้เหมือนกับ Can/Could ที่บางคนอาจจะรู้กันแล้ว ก็คือ

Can = ใช้สถานการณ์ทั่วๆ ไป

Could = ใช้ในสถานการณ์ที่มีความเป็นทางการมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น

 

A: Could I sit here?

            ฉันขอนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ

B: Of course you can.

            ได้สิคะ

 

 

อีกสำนวนหนึ่งที่มีความหมายเดียวกัน แต่มีความสุภาพและเป็นทางการมากกว่านั่นก็คือ

May I…? (ขออนุญาตได้ไหม)

เป็นสำนวนที่มีความหมายเดียวกัน แต่ค่อนข้างจะมีความสุภาพและเป็นทางการมากกว่า เหมาะสำหรับใช้กับบุคคลแปลกหน้า ไม่สนิทสนมมาก หรือผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติ ยกตัวอย่างเช่น

 

Porter: I heard you are planning to go to Ampawa this weekend. May I join you?

            ผมได้ยินว่าสุดสัปดาห์นี้คุณมีแผนจะไปเที่ยวอัมพวา ผมขอไปด้วยได้ไหม

Alice: By all means. It’s going to be fun!

            ได้สิ ต้องสนุกแน่ๆ



 

แต่ถ้าจะพูดกับคู่สนทนาที่เป็นผู้อาวุโสกว่า ควรจะเติมคำว่า please ลงไปเพื่อให้ดูสุภาพขึ้นครับ ยกตัวอย่างเช่น

 

Aria: Grandma, the cookies that you made look very delicious. May I have one please?

            คุ้กกี้ที่คุณยายทำดูน่าอร่อยจังเลยค่ะ ขอหนูลองชิมได้ไหมคะ

Karen: Of course, sweetie.

            ได้สิจ๊ะหนู

 

นอกจากสำนวนที่กล่าวมาแล้วนั้น เรายังสามารถใช้สำนวนหรือประโยคอื่นๆ ที่เป็นการขออนุญาตแบบทางอ้อมได้ ซึ่งสามารถใช้ในสถานการณ์ที่คุณอาจจะไม่อยากพูดขอแบบตรงๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น

 

I was wondering… (ฉัน/ผมสงสัยว่า…)

A: I lost my phone. I was wondering if I could borrow your phone just for a second.

ผมทำโทรศัพท์หาย ผมสงสัยว่าจะขอยืมของคุณสักแปบนึงได้ไหมครับ

B: Yes, sure. Here you are.

            อ๋อ ได้สิคะ นี่ค่ะ

 

Is it all right/ possible…?

A: Teacher, I’m trying as best as I can but I don’t think I could finish my term paper by this weekend. Is it all right/ possible if I submit it next week?

อาจารย์ครับ ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่ผมคิดว่าผมคงทำเปเปอร์ไม่เสร็จภายในวันศุกร์นี้แน่ๆ ถ้าผมจะขอส่งอาทิตย์หน้าได้ไหมครับ

B: No excuse! I already assigned it for a month. Why didn’t you start doing it earlier?

            อย่ามาอ้างหน่อยเลย ฉันสั่งเธอไปตั้งเดือนนึงแล้ว ทำไมเธอไม่รีบๆ ทำให้เร็วกว่านี้!

 

หรือถ้าคุณกับคู่สนทนามีความสนิทสนมกันหน่อย ก็อาจจะใช้สั้นๆ ว่า

Is it okay…? ก็ได้ครับ เช่น

 

Jason: Is that your macaroon, Bob? Is it okay if I have one?

            นั่นมาการูนของนายใช่ไหม ขอกินชิ้นนึงนะ

Bob: No, Mr. Greedy! That’s Alison’s

            ไม่ได้หรอกไอ้ตะกละ นั่นมันของแอลิสันเค้า

 


หรือถ้าต้องการจะให้สุภาพหน่อยก็อาจจะใช้สำนวนที่ดูสุภาพและถ่อมตัวขึ้นมาหน่อยอย่าง

 

 Do you mind/ would you mind if…? (คุณจะรังเกียจไหมถ้า…?)

 

A: There’s no any seat left. Do/would you mind if we sit here with you?

            ไม่มีที่นั่งเหลือเลย คุณจะรังเกียจไหมถ้าพวกเราจะนั่งตรงนี้กับคุณ

B: No, not at all. Please do.

            ไม่เลยค่ะ เชิญเลย

 

การพูดขออนุญาตถือเป็นสิ่งจำเป็นมากในสังคมไทย โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่เราจะทำนั้นเป็นการรบกวนคนอื่น อีกทั้งยังเป็นการให้เกียรติผู้อื่น รวมถึงผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโส ทุกคนควรจะฝึกให้ติดเป็นนิสัยนะครับ จะได้เป็นคนที่น่ารัก มีมารยาทและอ่อนน้อมถ่อมตน

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ J

 

Reference: Easy Talk by Betty Kirkpatrick

Photo Credit: http://www.freedigitalphotos.net/

Written by: Poomie Goth

 

About Us (EOL system, www.EngTest.net)

คอลัมน์ Communicative English จัด ทำขึ้นเพื่อรวบรวมและการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ในสถานการณ์ต่างๆ

 

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้ ที่มีความสนใจหรือประสงค์จะต่อยอดหรือพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของ ท่านทั้งทักษะการ ฟัง พูด อ่าน เขียน หรือโครงสร้างทางไวยากรณ์ของท่าน ท่านก็สามารถสั่งซื้อบัตร EOL Refill Card เพื่อ Log in เข้าใช้ระบบฝึกฝนภาษาอังกฤษของ EOL system ได้ทุกวัน โดยการสั่งจองหรือสั่งซื้อผ่านหน้าเว็ปไซต์ www.EngTest.net (ต้องการดูสินค้าของ EOL system คลิ๊กที่นี้http://www.engtest.net/?status=detail&&type=01-04&&topic_id=2180หรือทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 02-373-1115 หรือ 02-729-8404 สำหรับท่านที่มีบัตร EOL Refill card อยู่แล้วทั้งแบบPersonal card หรือ Corporate card ก็สามารถเข้าไปฝึกฝนภาษาอังกฤษของท่านได้ตลอดเวลาครับ                               

Company’s Report

If you guys really would like to improve your English skills more (Reading, Speaking, Listening and Writing), please feel free to purchase our EOL's products here (http://www.engtest.net/?status=detail&&type=01-04&&topic_id=2180) and log in directly through our website: www.engtest.net. We have already provided all necessary information in needs. If you have any problems, please call through these following numbers: 02-373-1115, 02-729-8404. We will answer all questions. When you already have your own personal cards, you can log in to our EOL system everyday (24 hrs). Thank you very much for your time (EOL Team).

 

 

  

Comment Form
Name  : 
Email  : 
Comment  : 
Verify Code  : 

  Page :     1  

  Reply Number : 1 22 กรกฏาคม 2555 - 10:09:48  
 
hbhjghb
 
 
  By tanawat - [ ranawar159(at)hotmail.com ]  


 



เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 3031778993 ผู้ประกอบการพานิชย์อิเล็คทรอนิกส์เลขที่ 0105548060561
Copyright © 2008 By English Online Co.,Ltd. All rights reserved.

Academician   |   Webmaster / Columnists   |   Mail

hit counter script