EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


    ภาษาอังกฤษวันละ 1 ประโยค
Home  » Everyday English  »  ภาษาอังกฤษวันละ 1 ประโยค
Headline : "เดี๋ยวออกให้" หรือ "เดี๋ยวเลี้ยงเอง" ภาษาอังกฤษพูดว่ายังไงได้บ้างนะ? ถ้าสงสัย คลิกเข้ามาดูคำตอบได้เล้ย!
Date : 25   กรกฏาคม   2563
View : 1342
By natphanwsr
  

 

 

 

ภาษาอังกฤษวันละ 1 ประโยค

 

 ช่วงหยุดยาวแถมสิ้นเดือนแบบนี้ เงินเดือนเพื่อนๆบางคนอาจจะออกแล้วและได้ไปเที่ยวหรือใช้เวลาร่วมกับคนใกล้ตัว เป็นเวลาดีที่เราจะเลี้ยงข้าว หรือซื้ออะไรสักอย่างให้คนที่ไปด้วยกันเลยใช่มั้ยคะ เอแล้ว “เดี๋ยวเลี้ยงเอง” หรือ “เดี๋ยวออกให้” นี่พูดเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆได้ว่าอะไรบ้าง มาดูบทสนทนาจากติวเตอร์ส้มและ Mr.Lucas ด้านล่างกันเลยค่า

 

 

 

Conversation- บทสนทนา

 

At Starbucks (ณ สตาร์บัคส์)

A: I’m really sleepy, I think I need a cup of coffee. Do you want some?

A: ฉันง่วงนอนมากๆเลย คิดว่าต้องได้กาแฟสักแก้วแล้วล่ะ คุณต้องการกาแฟสักหน่อยไหมคะ?

B: Yeah, Cappuccino would be good. Jut go ahead and order it. It’s on me.

B: ได้คาปูชิโน่ก็จะดีเลยล่ะ เดินไปสั่งเลย ผมเลี้ยงเองครับ

A: Oh, you don’t have to pay for me.

A: โอ้ว คุณไม่ต้องจ่ายให้ฉันหรอกค่ะ

B: Don’t think too much. It’s my payday today.

B: อย่าคิดมากครับ วันนี้วันเงินเดือนออกของผมครับ

A: Okay, thank you so much!

A: โอเค ขอบคุณมากๆค่า

จากวิดิโอบทสนทนาของติวเตอร์ส้มและ Mr.Lucas ด้านบน เพื่อนๆได้คำตอบแล้วใช่มั้ยคะว่า “เดี๋ยวเลี้ยงเอง” หรือ “เดี๋ยวออกให้” ใช้คำสแลงภาษาอังกฤษง่ายๆได้เลยว่า It’s on me. ซึ่งมีความหมายเหมือนคำว่า I’ll treat you. นั่นเองค่ะ

 

แล้วมันใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้างนะ ? ตามที่ Mr.Lucas อธิบาย It’s on me มีสองความหมาย ดังนี้ค่ะ

a.       ใช้สำหรับการจ่ายเงินเพื่อซื้อบางอย่าง - “I will pay for a purchase.”

ตัวอย่าง Hey, if you want to get the hamburger too. It’s on me.

(เฮ้ ถ้าคุณอยากเอาแฮมเบอร์เกอร์เหมือนกัน ฉันจะจ่ายเอง) หรือ!

b.       ใช้สำหรับการจ่ายบิลค่าอาหารหรือเครื่องดื่ม – “I will pay this bill.”

ตัวอย่าง This dinner is 60$. Just keep your money. It’s on me.  

(มื้อเย็นนี้ 60$ เก็บเงินคุณเถอะ ฉันจะเลี้ยงมื้อนี้เอง)

นั่นก็หมายความว่า เพื่อนๆสามารถใช้ It’s on me เวลาจะซื้อสิ่งของ หรือจ่ายบิลให้อีกฝ่ายได้เลยค่ะ!

 

แล้วถ้าเราไม่อยากเป็นฝ่ายเลี้ยง หรือเป็นฝ่ายซื้อให้ แต่อยากให้อีกฝ่ายเป็นคนเลี้ยงหรือซื้อให้แทน เราจะพูดยังไงได้บ้าง?

ง่ายนิดเดียวค่ะ แค่เปลี่ยนสรรพนามไปตามบุคคลที่เรากล่าวถึงนั่นเอง

เช่น A: Today is really hot, I really want some ice-cream. Do you want some?

(วันนี้ร้อนมากเลย ฉันต้องการไอศกรีมมากๆ คุณต้องการสักหน่อยมั้ย?)

B: It would be great! But it’s on you, right?

(เยี่ยมเลย แต่ว่า คุณจะเลี้ยงใช่หรือเปล่าคะ?)

A: Sure!

(แน่นอนครับ) 

 

หรือถ้าคนที่จ่ายไม่ใช่ทั้งเรา หรือคู่สนทนา แต่เป็นบุคคลที่สาม

ก็แค่เปลี่ยนสรรพนามเป็น Him/her/them หรือ us ตามแต่สถานการณ์ได้เลยค่ะ

ตัวอย่าง They said we can pick any souvenir in this shop as we like but only one piece per one person. It will be on them.

(พวกเขาบอกว่าพวกเราสามารถเลือกของที่ระลึกในร้านนี้ได้ตามที่พวกเราชอบเลย แต่ได้แค่หนึ่งชิ้นต่อหนึ่งคน เดี๋ยวพวกเขาจะออกให้เอง)

 

ถ้าเพื่อนๆจะใช้กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ก็แค่เปลี่ยน tense ไปตามสถานการณ์นั้นๆได้เลยเช่นกันค่ะ เช่น

Yesterday I went to have some dinner with him. When I was about to pay, he stopped me and said it was on him. I was really surprised.
(เมื่อวานฉันไปทานอาหารเย็นกับเขา ตอนฉันกำลังจะจ่ายเงิน เขาห้ามฉันแล้วบอกว่าเดี๋ยวเขาเลี้ยงเอง ฉันล่ะตกใจจริงๆ) 

 

เป็นไงคะ ง่ายนิดเดียวเลยใช่มั้ย

เพื่อนๆอย่าลืมนำประโยคนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันกันด้วยนะคะ

It’s on me!