EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


    ศัพท์สุดแนว (ตอนที่ 13)
Home  » Proverbs/Slang/Idioms  »  ศัพท์สุดแนว (ตอนที่ 13)
Headline : มาอัพเดทศัพท์สุดแนวไว้ใช้ในชีวิตประจำวันกันเถอะ
Date : 11   กันยายน   2559
View : 1942
By BlackPipe
  

ศัพท์สุดแนว
ตอนที่ 13

Staycation

เป็นคำประสมระหว่าง stay กับ vacation หมายถึง ช่วงลาพักผ่อนของคุณที่คุณใช้เวลาอยู่กับบ้านเพื่อผ่อนคลาย หรือไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านคุณ

 

Street food  

อาหารริมทาง หมายถึงอาหารที่ลงมือปรุงกันข้างถนนหรือตามสถานที่สาธารณะ แล้วจำหน่ายกันตรงจุดนั้นเพื่อการรับประทานทันที อาหารแบบ street food นี่บ้านเราก็ไม่ได้น้อยหน้าชาติใดเหมือนกัน จริงมั้ย

 

Subprime/sub-prime

คำนี้เป็น adj. ใช้เพื่ออธิบายถึงเงินกู้ที่มีความเสี่ยง หรือการให้กู้ยืมเงินด้วยดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าแก่ผู้กู้ยืมที่มีประวัติเครดิตที่ไม่ดี แล้วถ้ายังจำกันได้ คำๆ นี้คือชื่อวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศพี่เบิ้มอเมริกาในอดีตหมาดๆที่ผ่านมานั่นเอง

 

Tech neck

หากแปลกันแบบตรงๆคงได้ว่า"คอไฮเทค" พวกฝรั่งนี่ก็ช่างคิดกันไปได้ คำนี้หมายถึง พวกรอยย่นรอบๆ ลำคอของบรรดาผู้นิยมใช้อุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย ที่เกิดจากอาการที่เรียกกันอย่างประชดประชันว่า"สังคมก้มหน้า" ของผู้คนสมัยนี้ นั่นคือวันๆ ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์ แท็บเล็ต ฯลฯ อะไรพวกนั้น       

 

Textspeak 

หมายถึง ภาษาที่ใช้ในข้อความที่เป็นตัวอักษร(text message) ที่มักประกอบด้วย คำย่อ, อักษรย่อ, emoticon ฯลฯ อะไรพวกนั้นแหละ คำว่า speak ในที่นี้ใช้เป็น suffix ซึ่งเมื่อนำไปต่อท้ายคำนามใดๆแล้ว จะหมายถึง ภาษาที่เกี่ยวข้องกับนามคำนั้นๆ และมักจะสื่อถึงความไม่ค่อยจะสบอารมณ์ของผู้พูดในภาษาดังกล่าวสักเท่าไรด้วย

 

Textual harassment

เห็นได้ชัดว่า คำนี้คงสร้างขึ้นมาเลียนแบบคำว่า sexual harassment หมายถึง การส่งข้อความตัวอักษรไปยังโทรศัพท์มือถือของคนอื่นๆ แล้วข้อความนั้นมันไปดูหมิ่นหรือให้ร้ายต่อผู้รับข้อความนั่นเอง

 

Tombstoning    

คำนี้น่าจะมาจากคำว่า tombstone (n.) แปลว่า แผ่นหินจารึกปากหลุมศพ (น่าจะพอนึกภาพกันออกอยู่หรอก) คำๆ นี้จึงเป็นการนำสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความตายมาล้อเลียนนั่นเอง ความหมายก็คือ การกระโดดหรือพุ่งหลาวลงไปในน้ำจากที่สูงระดับที่น่ากลัวอันตราย เช่น ระเบียงโรงแรม หน้าผา สะพาน กำแพง หลังคา ฯลฯ ทีนี้คงพอเข้าใจกันแล้วว่า ทำไมฝรั่งจึงสร้างคำๆ นี้จากคำที่แปลว่าแผ่นจารึกดังกล่าว พูดง่ายๆ ก็คือ โดดเมื่อไรเป็นอันว่าได้ใช้แผ่นจารึกที่ว่านั้นแหงๆ 

 

Trashion 

เห็นได้ชัดว่า คำนี้มาจากคำว่า trash ประสมกับ fashion รวมความแล้ว หมายถึง พวกข้าวของทันสมัยต่างๆ ที่สร้างสรรค์มาจากการนำวัสดุเก่า หรือที่ใช้แล้ว หรือที่นำมารีไซเคิลมาประกอบกันขึ้น

 

Trekkie   

คำนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน หมายถึง พวกสาวกหรือแฟนานุแฟนของภาพยนตร์ไซไฟระดับขึ้นหิ้ง Star Trek นั่นเอง

 

Tribal marketing

ปกติ คำว่า tribe แปลว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่แล้ว พอนำมารวมกับ marketing ก็เลยได้ความหมายใหม่ออกมาประมาณว่า เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งจะใช้พฤติกรรมทางสังคมของผู้บริโภคบางกลุ่มบางพวก(tribes) เช่น พวกนักเล่นกระดานโต้คลื่น หรือ พวกแร็ปเปอร์ มาใช้ในการโปรโมทสินค้าหรือบริการต่างๆ บ่อยครั้งมากที่กลยุทธ์นี้ถูกนำไปใช้โดยแบรนด์เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับต่างๆ

 

Troll factory

ในโลกออนไลน์ คำว่า troll นั้นมีความหมายด้านลบ เพราะหมายถึง บุคคลที่ไม่พึงปรารถนาหรืออาจเรียกง่ายๆ ว่า พวก"เกรียน" นั่นเอง พอเอามารวมกับ factory ซึ่งแปลว่า โรงงาน มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาน่ะสิ คำนี้หมายความว่า บริษัทหรือองค์การใดๆ ก็ตามที่จ้างให้บรรดาพนักงานของตัวเองมาสวมบทบาทเป็น"ชาวเน็ตผู้ใสซื่อ" จากนั้นก็ลงมือโพสต์ความเห็นเพื่อสนับสนุนหรือทำลายใครบางคนตามใบสั่ง อะไรเทือกนี้แหละ พอจะเห็นความเกรียนกันหรือยัง?

 

++++++ยังมีต่อ++++++++