EOL System | ทดสอบภาษาอังกฤษ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน


    IT'S SO PAINFUL!!!
Home  » Communicative English  »  IT'S SO PAINFUL!!!
Headline : โอ๊ยๆ....ปวดๆๆๆๆ!!! เรียนรู้สารพัดวิธีบรรยายอาการเจ็บๆปวดๆได้ที่นี่
Date : 17   มีนาคม   2556
View : 32276
By พิชญาพัทธ์
  

It’s so painful!!!


“อูยยยย.....ปวดๆๆๆๆ....!!!  คงไม่มีใครที่ไม่เคยโอดครวญแบบนี้แน่ๆจริงมั้ยคะ อาการเจ็บๆปวดๆ ไม่ว่าจะเป็นปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดฟัน ปวดแข้งปวดขา และอีกสารพัดปวด รวมทั้งปวดจริง ปวดไม่จริง(โดยเฉพาะวันจันทร์กับวันศุกร์ เพราะไม่อยากไปทำงานหรือไปโรงเรียน!!) เปล่าๆๆ...ผู้เขียนไม่ได้กำลังชี้โพรงให้กระรอกเลยสักจิ๊ด แต่ที่พูดเรื่องการปวดนี่ก็เพราะอยากแนะนำคำพูดในภาษาอังกฤษ ว่าเราจะบรรยายอาการปวดแต่ละแบบว่าอย่างไรได้บ้าง

แต่ไหนๆก็พูดถึงปวดไม่จริงแล้ว ก็ขอบอกซะเลยว่า “ป่วยการเมือง” นั้น ภาษาอังกฤษพูดว่า “to malinger” นะคะ เช่น

“Tom doesn’t come to work again. He told me that he has got a splitting headache, but I think he just malingers.”

“ทอมไม่มาทำงานอีกแล้วนะเธอ เขาบอกฉันว่าปวดศีรษะอย่างหนัก แต่ฉันว่าเขาป่วยการเมืองมากกว่า”

ทีนี้มาดูกันว่าเราจะบรรยายอาการปวดได้ว่าอย่างไรบ้าง

เริ่มจากคำที่เพิ่งพูดถึงในประโยคข้างต้น “a splitting pain” คือปวดหนักมากจนแทบระเบิดหรือแตกเป็นเสี่ยงๆไปเลย ฉะนั้น a splitting headache = ปวดจนศีรษะจะระเบิด หรือปวดจนหัวจะแตกนั่นเอง

To ache = ปวดตุ๊บๆ, ปวดเมื่อย เช่น

“I ache all over.” (หรืออาจพูดเน้นว่า I'm aching all over. ก็ได้)

-      ฉันปวดไปหมดทั้งตัวเลยเนี่ย

“My poor legs ache so much.”

-      เรียวขาที่น่าสงสารของฉันปวดเมื่อยมากเลย(ล่ะตัวเอง!)

“My stomach aches.” (หรือจะพูดว่า I have a stomachache. ก็ได้)

-      ฉันปวดท้อง

 

To be/feel sore = เจ็บ หรือปวดระบม เช่น

“After walking for 10 kilometers, my legs are sore.”

-      หลังจากเดินมาตั้ง 10 กิโล ขาของฉันก็ปวดระบมไปหมดเลย

“Susan has got a sore throat and a fever.”

-      ซูซานเจ็บคอและมีไข้ด้วย

 

To have/feel a sharp pain = ปวดแปลบๆ เช่น

“Alex has a sharp pain in his right arm.”

-      อเล็กซ์ปวดแปลบที่แขนขวา

“A sharp pain seared through her slender body.”

-      อาการปวดแปลบกระจายไปทั่วเรือนร่างโปร่งระหงของเธอ

 

To have/feel a stabbing pain = เจ็บ/ปวดแปลบเหมือนถูกมีดทิ่มแทง เช่น

He felt terrible stabbing pains in his chest.”

-      เขาเจ็บแปลบในอกราวกับถูกมีดกรีด

 

To have/feel a piercing pain = ปวดจี๊ดๆ เช่น

“I’ve felt piercing pains in my head for hours.”

-      ฉันรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆมาหลายชั่วโมงแล้ว

 

To have/feel a throbbing pain = ปวดตุบๆเหมือนจังหวะชีพจร เช่น

“He felt a throbbing pain in his head.”

-      เขาปวดศีรษะตุบๆ

“Sara had to be in bed all day because of a throbbing pain in her back,”

-      ซาร่าปวดตุบๆที่หลังจนต้องนอนทั้งวัน

 

To have/feel a burning pain = ปวดแสบปวดร้อน เช่น

“I have a burning pain in my chest. I need to see the doctor immediately.”

-      ฉันรู้สึกแสบร้อนกลางอก ฉันต้องการพบแพทย์ด่วนเลยค่ะ

 

To have/feel a dull ache = ปวดตื้อๆ ปวดหนึบๆ (ขอให้สังเกตว่า dull จะใช้กับ ache) เช่น

“Tim felt a continual dull ache in his wounded leg that he had to take two paracetamols.”

-      ทิมรู้สึกปวดตื้อๆที่ขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บตลอดเวลาจนเขาต้องรับประทานพาราเซตามอลสองเม็ด



เอาล่ะค่ะ ทีนี้นอกจากจะบอกได้ว่าปวดศีรษะ (to have a headache), ปวดท้อง (to have a stomachache), ปวดหลัง (to have a backache), ปวดฟัน (to have a toothache), ปวดเมื่อยต้นคอ (to have a neck pain*), ปวดเมื่อยไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน (to have shoulder pain/ shoulder problems*) และอีกสารพันปัญหาปวดแล้ว ทุกคนคงจะอธิบายอาการปวดว่าปวดแบบไหนยังไงได้แล้วนะคะ ลองเอาไปฝึกพูดกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

 

Until then, my heart will ache of missing you!!!

(จนกว่าเราจะได้พบกันอีก...หัวใจดวงน้อยๆของกระผมจะคิดถึงพวกคุณๆจนเจ็บปวดรวดร้าวเลยทีเดียวล่ะคร้าบ!!!) 



โดย พิชญาพัทธ์

  
Cache Data